at-office

"พี่จับฉาย"

posted on 22 Nov 2007 22:35 by winnywaans in at-office, Long-Time-Ago

 

 

 

จะเล่าเรื่องที่ทำงานใหม่ให้ฟัง 

วันนี้จะเล่าเรื่องพี่จับฉาย ก่อนเลย  

พี่จับฉาย เนี๊ยะนะ พี่เค้าบอกว่าเค้าอยู่ที่นี้มา 12 ปี แต่จากการประเมิน พี่จับฉาย ยังไม่เคยได้ A เลยซักครั้งเดียว นั่นก็บอกเป็น นัยๆ อ่ะนะ ว่า พี่จับฉาย เป็นคนยังงัย  

วันนี้นะคะ ดิฉันเนี๊ยะ ต้องทำแผนการผลิต และส่งต่อให้ฝ่ายต่างๆ ซึ่งทางพี่คนเก่าก็บอกว่าต้องจัดหน้าลง A4 ให้เรียบร้อย (โอ๊ย...มันต้องบริการกันถึงขนาดนี้เลยเหรอว่ะ) อ่ะ OK ไม่เหนือบ่า กว่าแรง ดิฉันจัดให้ จัดหน้าลง A4 ให้เรียบร้อย คนที่เปิดมาก็ Print ได้ทันที   

ได้เรื่องค่ะ อีคุณพี่จับฉาย  มันเปิดมา มันก็โวยวาย 

 พี่จับฉาย  :  น้องหวานส่งรัยมาให้พี่เนี๊ยะ ทำไมมันตัวเล็กขนาดนี้

หวาน  :  พี่ก็ขยายสิค่ะ

พี่จับฉาย  :  วันหลังหวานก็ทำมาให้เรียบร้อยเลยนะ มันลำบากคนเปิดรู้มั๊ย ต้องมานั้งจัด 

หวาน => คิดในใจ  :  หนอยยยยยย  เมิงงงง ถ้าทำไม่เป็น หรือขี้เกียจว่ะ  ก็บอกสิว่ะ ว่าทำไม่เป็น กะอีแค่ขยายขนาด ใน EXCEL ตรูสอนได้ แต่งานนี้ พี่จับฉาย คงขี้เกียจมากกว่า  

ที่มาของชื่อ พี่จับฉาย : เนื่องจาก พี่จับฉาย เนี๊ยะ วันๆ คิดแต่เรื่องกินเหล้า เมายา สังสรรค์กะเพื่อน เล่นบอล หลีหญิง ซกมก แบบว่าเดินมาทำงานเนี๊ยะ เห็นหน้าก็รู้ว่าเมื่อคืนคง ก๊ก กันหนัก ปากหมา ขี้นินทา ความรับผิดชอบอยู่ในระดับต่ำ แบบว่าที่อยู่รอดได้ถึงทุกวันนี้เนี๊ยะ ก็เพราะประสบการณ์ ทำให้หาทางเลี่ยงได้ตลอด (เลี่ยงแบบ โยนขี้ให้คนอื่นด้วยนะ) 

ดอกที่1 ของการทำงานสัปดาห์แรก  

(ทามม้ายยยทำไม แค่สัปดาห์แรก ฉันก็เก็บรายละเอียดด้านลบของอีตานี้ได้เยอะขนาดนี้เนี๊ยะ)

ข้อควรคิด โปรดระมัดระวัง ไอ้พวกเก๋า เก๋า ทั้งหลาย

 

 

edit @ 22 Nov 2007 23:10:32 by หมูหวาน

edit @ 24 Nov 2007 14:26:39 by หมูหวาน

เคยฟังเพลง อย่าฝากความหวัง มั๊ย

อย่าฝากความหวัง ที่ฉันจนเกินไป

เพราะฉันไม่ได้มีทุกอย่าง ที่ควรจะต้องรอ

เพลงนี้เกิดจากได้ไปเยี่ยมชม Blog ของ พระศรีถมอรัตน์ ทางพี่เค้าได้ขึ้นหัวข้อไว้ว่าเค้าชอบเพลงๆนี้ เลยได้โอกาสกลับไปฟัง แล้วช่างบังเอิญที่เพลงๆนี้กำลังตรงกับชีวิตจริง

ชีวิตในโลกแห่งการทำงาน ทีไม่ได้สวยหรูอย่างในโลกแห่งความฝัน เจอคนมากมาย โดยเฉพาะสถานที่แห่งนี้ ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าสิ่งที่เจอ เรียกว่าความกดดัน หรือไม่ เพราะสุดทน จริงๆ

ฝ่ายจัดซื้อ คิดว่า ฝ่ายจัดซื้อต้องมีหน้าที่อะไรบ้าง ชื่อก็บอกอยู่ว่าจัดซื้อ-จัดหา มีหน้าที่ซื้อตามใบขอซื้อในวันและเวลาพร้อมทั้งราคาที่ได้กำหนดไว้ แต่ทำไม ทำไม ที่นี้ จัดซื้อไม่ใช่แบบนั้น จัดซื้อ-จัดหา จะซื้อในเจ้าที่ต้องการ โดยอ้างว่าราคาถูกกว่า โดยไม่สนใจว่าฝ่ายผลิตหรือฝ่ายอื่นๆจะยินยอมพร้อมใจหรือไม่ จัดซื้อลืม จะพูดว่า Supplier ไม่ได้ส่ง จัดซื้อ ซื้อได้ จะพูดว่าเห็นมั๊ยฉันมี Power จัดซื้อ ที่นี้ ถูกควบคุมดูแลโดยคนที่เรียกง่ายๆว่า น้องสะใภ้ ของเจ้าของบริษัท หรือ เจ้าของนั่นเอง ดังนั้น เค้าจะไม่เคยผิด ทำงานด้วยมีแต่ต้องเป็นฝ่ายเข้าไปกราบขอร้อง พี่ค่ะ ช่วยหน่อยนะคะ ส่วนลูกน้องทั้งหลายก็สุดๆ ยังกะเอาเทวดามาทำงาน ก็แหม คติพจน์การรับคนของฝ่ายจัดซื้อ คือ ต้องเอาคนรวย เพราะจะได้ไม่อยากได้อยากดีในสิ่งที่ Supplier มอบให้ (ดูอย่างท่าน อดีต นายก สิ ใครว่าคนรวยไม่ขี้โกง...คิดผิดแล้ว)

พูดถึงจัดซื้อแล้วนึกถึง Senior Manager ท่านๆนี้ดูแล Logistic ทั้งหมดของ ที่นี้ ท่านนี้เป็นแฟนกับลูกท่านหลานเธอที่อยู่ฝ่ายจัดซื้อ อายุห่างกัน 1 รอบ ตั้งแต่ ท่าน กะ เธอ เป็นแฟนกัน เหตุการณ์ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป เวลาไปกิน ไปเลี้ยง ไปงานต่างๆ ปกติ ท่าน จะออกให้ ไม่ทั้งหมดก็ครึ่งหนึ่ง

แต่ตั้งแต่ ท่าน กะ เธอ เป็นแฟนกัน ท่านไม่เคยเลี้ยง ไม่เคยจ่ายอะไรทั้งนั้น เพราะ เธอ สั่งไว้

ไม่ได้เห็นแก่กิน แต่ของแบบนี้ก็ขึ้นอยู่กับ ใจ ของคนที่เป็นเจ้านาย

อย่างเหตุการณ์ล่าสุด ไปเลี้ยงส่ง พี่ในแผนก ไปกัน สิบกว่าคน หมดไป 3900 ท่านอุตส่าห์ใจดี ออกให้ตั้ง 500 เฮอะ ลูกน้อง ออกคนละ 220 ชิ ถ้าไม่ใช้ว่าเลี้ยงส่งพี่ที่เคารพ ไม่มีทางไปด้วยเด็ดขาด คิดแม้กระทั่งพี่ที่ตามไปรับแฟนกลับบ้าน จะไปคิดเค้าทำไม ในเมื่อเค้าไม่มา พวกเราก็กินไม่หมดอยู่แล้ว

แล้วทีลูกท่านห่อกับข้าวที่เหลือกลับบ้าน เนี๊ยะ ไม่น่าเกลียดเลยเนอะ..

ที่นี้ มีคนลาออกพร้อมกัน 5 คนในสิ้นเดือนมิถุนายน แต่ละคนหัวกะทิทั้งนั้น

อย่างน้อยๆ หนึ่งในนั้นก็พี่จากฝ่ายวางแผน (ฝ่ายหวานเนี๊ยะแหละ) ออกไปนอนอยู่บ้าน เนื่องจากเก็บกดขนาดหนัก เหนื่อย เหนื่อยจากการทำตัวเป็นคนดี ให้ให้ทำอะไร ทำหมด ใครให้ช่วยอะไรก็ช่วยหมด จนเป็นภาระกับตัว แล้วตัวเองก็ทนไม่ไหว เหมือนลูกโป่งใส่น้ำ ใส่เข้าไป ทุกวัน ๆ ๆ วันหนึ่งน้ำก็ต้องเต็มและลูกโป่งก็ต้องระเบิด

สักวันคงถึงวันของหวาน หวานทำงาน ที่นี้ ได้ 2 ปี 2 เดือน 14 วัน หวานคงต้องบอกว่าระยะเวลาตั้งแต่หวานเริ่มทำงาน จนถึงปีใหม่ปีนี้ ประมาณเกือบ 2 ปีเห็นจะได้ หวานทุ่มเททำงาน อย่างสุดความสามารถ แต่สิ่งที่หวานได้รับ คือ โบนัส 1.5 เดือน และเงินเดือนที่ขึ้นอีก 650 บาท (คิดดู 650 บาท ต่อ ปี ทุเรศขนาดไหน) นั่นแหละ คือ ผลแห่งความทุ่มเท ที่หวานได้รับ แล้ววันนี้ฝ่ายเรามีคนลาออกไปทั้งหมด 3 คน มีคนเหลือ 4 คน งานไม่มีลด มีแต่เพิ่ม งานเดิมของคนเก่าที่ออกไป งานเดิมของที่ตัวเองต้องรับผิดชอบ และงานใหม่จากการเปิดโรงผลิตโรงใหม่ คน 4 คน ทำงานเทียบเท่ากับ 7 คน ประสิทธิภาพสูงส่ง แต่เงินเท่าเดิม ทำดีเสมอตัว ทำชั่วโดนเหยียบย่ำ ตอนแรกที่คนทั้ง 3 ลาออกไป ในเวลาไล่ๆกัน ท่าน ก็บอกกะพวกเราว่า คิดดูนะ เรามี Budget อยู่ก้อนหนึ่ง คนหารลดลง เราก็จะได้เงินเยอะขึ้น ถูกมั๊ย ไม่ต้องกลัวที่จะเหนื่อย ฟรี แล้วไงล่ะ จนถึงวันนี้ พวกวาน ยังไม่ได้รับเงินที่เพิ่ม จากงานที่รับเพิ่มเลยแม้แต่น้อย มันคุ้มค่ามั๊ย คุ้มค่ากับความตั้งใจมั๊ย

หวานเคยทุ่มเทกับงาน หวานผ่านจุดสูงสุดตรงนั้นมาแล้ว

แล้วสิ่งที่หวานได้คือ เงินไม่ขึ้น ตำแหน่งไม่ได้

ที่สำคัญ ทำดีเสมอตัว ทำพลาดโดนเหยียบ เหยียบแบบไม่ได้โง หัวขึ้นมาหรอก

ท่าน จะมาหวังอะไรกับหวาน ให้หวาน กลับไปทุ่มเทให้เหมือนเดิม

อย่าฝากความหวัง

สิ่งที่ฉันกังวล เกี่ยวกับตัวฉันเอง


สิ่งที่ฉันยังเกรง ยังลังเลในใจ

แค่ผู้หญิงคนนึง ที่จิตใจวุ่นวาย

สิ่งที่ให้เธอไป อาจดีไม่พอ

อย่าฝากความหวัง ที่ฉันจนเกินไป

เพราะฉันไม่ได้มีทุกอย่าง ที่ควรจะต้องรอ

อย่าฝากความฝัน ให้ฉันคอยดูแล

ถีงแม้ภายในใจ จะรักเธอ

หมดตัวและหัวใจ แต่คงไม่ดีเพียงพอ


สิ่งที่ฉันเคยเจอ เจ็บและช้ำซมซาน

เก็บและฝังมานาน จนเป็นปมในใจ

อาจมีบ้างบางคราว ที่อ่อนแอมากมาย

อาจไม่เหมือนใครใคร ที่ใจแข็งแรง

อย่าฝากความหวัง ที่ฉันจนเกินไป

เพราะฉันไม่ได้มีทุกอย่าง ที่ควรจะต้องรอ

อย่าฝากความฝัน ให้ฉันคอยดูแล

ถึงแม้ภายในใจ จะรักเธอ

หมดตัวและหัวใจ แต่คงไม่ดีเพียงพอ


กลัวใจเธออาจ จะผิดหวัง

เพราะรักฉันแล้ว เธอคงเหนื่อย

เธอคงต้องเหนื่อย ต้องคอยเฝ้าดู สิ่งที่ฉันเป็น




edit @ 2007/07/15 23:21:39

กระโถน..ท้องพระโรง

posted on 03 May 2007 22:25 by winnywaans in at-office, Long-Time-Ago

วันนี้หวานนึกว่าหวานเป็นกระโถน เป็นที่ระบายอารมณ์ของใครๆซะอีก

Sale คนที่ 1ไม่พอใจ ที่โทรตามงานก็กระแทกโทรศัพท์ โครม!!!(เออ..ไม่เป็นไร ช่างมัน)

Sale คนที่ 2 จัด Load ได้ไม่เป็นที่ถูกใจ ก็โวยวายๆ โทรฟ้องเจ้านาย เกลียดที่สุด เลยคนพวกนี้ เอะอะ ก็ฟ้องนาย ฟ้องผู้ใหญ่ เอานายใหญ่มาอ้าง แล้วไง.. (เอาดิ..ฟ้องเลย..กลัวตาย..อย่างมากก็ออก ไม่มีอะไรให้เสียแล้วนิ)

พวก Sale เนี๊ยะ มันเป็นแบบนี้กันทุกคน รึป่าว เห็นว่าเป็นหน้าด่าน หาเงินให้บริษัทได้ แล้วจะทำไงกะเพื่อนร่วมงานคนอื่น ยังไงก็ได้อ่ะเหรอ ยิ่งพวก Sale ที่เป็นลูกคนใหญ่คนโต พวกหัวสูงจบนอกมาด้วยแล้ว ถ้ามันเดินเหยียบหัวคนอื่นได้ มันคงทำไปแล้วล่ะ

เจ้านายหวานก็เหมือนกัน

ทุกทีเป็นคนใจเย็น มีเหตุผล มีน้ำอดน้ำทน แต่วันนี้เป็นไร ว่าเอา ว่าเอา โอเค อาจจะไม่ได้ด่ารุนแรงกว่าคนอื่น แต่พี่ก็มาใส่อารมณ์กะหวานตะคอกหวาน หวานผิดไรอ่ะ..

การที่มาโมโหใส่ แล้วรู้ตัวทีหลัง ก็เหมือนกับตอกตะปูลงแผ่นไม้ ต่อให้ถอนเอาตะปูออกไป ร่องรอยของการโดนตอก การโดนทำร้ายมันยังอยู่

บาดแผลทางกาย เวลาเป็นเครื่องรักษา มียาเป็นตัวช่วย

แต่บาดแผลทางใจ หากมันเจ็บ มันก็จำ ยากนักที่จะลืม เวลาไม่ได้ช่วยรักษา แต่เวลาช่วยให้ลืม

หากมีเรื่องราวมาสะกิดให้จำ ก็ไม่ยากนักที่บาดแผลจะกลับมาออกฤทธิ์ อีกครั้ง


:) ยิ้มสู้ ถึงแม้จะรู้ตัวว่าเป็นยิ้มที่แย่มากเต็มที

สักวันฉันจะไปจาก "ที่นี้"

ดีกว่ารึป่าว "ไม่รู้" รู้เพียงว่า "ฉันทนต่อไปไม่ไหวแล้ว"


edit @ 2007/05/05 21:03:00