วันอาทิตย์ที่ 10 มิถุนายน 2550

สถานที่ : ค่ายสุรสีห์ จังหวัด กาญจนบุรี

วิธีการเดินทาง และ เส้นทางไปยังค่ายสุรสีห์ ไม่สามาถบอกได้แน่ชัด เนื่องจากไม่ได้เป็นคนขับเอง แล้วก็ไม่ได้เป็นคนเชี่ยวชาญทางนั้นด้วย ถ้าจะไปจริงๆ คงต้องหาข้อมูลจากทาง Internet เพิ่มเองล่ะนะ

ถนนในค่ายสุรสีห์เป็นถนนที่สะดวกสบายมาก เรียบ วิวสองข้างทางก็ดี ต้นไม้เยอะมากๆ ดูแล้วสบายตาสบายใจดี

โชคดีมากวันที่ไปเป็นวันที่ฟ้าเปิด ท้องฟ้าสีฟ้าสดใส แดดดี(เหมาะแก่การทำหมูแดดเดียว)

ในค่ายสุรสีห์ มีรันเวย์เล็กๆด้วย

เดินทางไม่ยากมาก ถามทหารเอา ทุกคนรู้ว่าไปยังไง

เมื่อเลี้ยวขวาเข้าทางโรงถ่ายแล้ว จะมีรูปสิงห์ 2 ตัวยืนซ้ายขวา บ่งบอกว่ามาถูกทางแน่ๆแล้ว

ขับรถมาเรื่อยๆ จะมีเรือ ได้ฟิล ประมาณเดียวกะหนังเรื่อง Pirates of the Caribbean เลย

มาถึงที่ก็เอารถไปจอด เสียดายที่จอดรถร้อนไปหน่อย ต้นไม้ไม่ค่อยมีเลย แล้วถ้าเกิดคนมาเยอะๆ คาดว่าที่จอดรถไม่พอแน่ๆ แต่ตอนนี้ก็โอเค จอดง่าย ถอยง่ายไม่แออัด

รูปตรงที่จ่ายค่าตั๋ว

ผู้ใหญ่ก็คนละ 100 บาท

เด็กก็คนละ 50 (มั้ง..จำไม่ได้)

มีปืนใหญ่ เหมือนจริงตั้งรอตรงที่จ่ายตังค์ค่าชม

นั้งพักร้อน ก็มีทหารแต่งตัวเต็มยศ ขี่ม้า 4 ตัวมายืนเก๊กกลางแดดให้ถ่ายรูปกัน เห็นแล้วร้อนแทน ทั้งม้า ทั้งทหาร ขนาดพวกเราแต่งตัวธรรมดา ยังร้อนเลย พี่เค้าแต่งชุดทหารเต็มยศขนาดนั้น คงร้อนตาย

ม้าตัวนี้เป็นม้าที่พระนเรศวรใช้ในการถ่ายหนังเรื่องนี้

เป็นม้าที่สวยจริงๆ สง่าที่สุดในบรรดา 4 ตัวนี้เลย

ม้าตัวนี้เป็นม้าตัวที่ถ่ายโฆษณา Vigo ไม่บอกก็ไม่รู้นะ เพราะว่าในโฆษณาเป็นม้าที่ข้าว ขาว แต่ตัวจริงแบบว่า ขาวๆดำๆ ไม่เห็นเหมือนในโฆษณาเลย

พอถ่ายรูปกับม้า จนหน่ำใจก็จะเดินตามทางมาที่ตัวโรงถ่ายจริงๆ

ทางเดินค่อนข้างร้อนเพราะเป็นพื้นถนนคอนกรีต ร้อนจับใจ เดินไปเรื่อยๆสิ่งแรกที่ได้เห็น คือ สิงห์ 2 ตัวที่อยู่ในเมืองพม่า เป็นสิงห์ที่ตัวใหญ่มากๆ เห็นมาแต่ไกล

เป็นบ้านของชาวบ้าน ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเป็นบ้านไทย หรือ บ้านพม่า

ทางเข้าหมู่บ้านโยเดีย (หมู่บ้านไทยในพม่า) ที่เข้าไปดูไม่ได้เนื่องจากปิดปรับปรุงอยู่ เสียดายมาก เพราว่าบริเวณนั้นเป็นพื้นที่ ที่ร่มรื่นมากๆ

คูเมือง ไม่สามารถบอกได้จริงๆว่าเป็นคูเมืองไทย หรือเป็นคูเมืองพม่า แต่ดูจากศาลาแล้ว คงเป็นคูเมืองของไทยมากกว่า

อันนี้คลอง น่าจะเป็นคลองในเมืองอยุธยา ตรงนี้ร่มรื่น อากาศดีแต่มีลมจากน้ำ สบายมากๆ ไปนั้งพักแล้วโพสท่ายถ่ายกะเรือ กะบ้านกระต๊อบได้อารมณ์ดีเหมือนกัน

เจดีย์อะไรไม่รู้ อยู่ในไทยหรือพม่าก็ไม่รู้จำไม่ได้ สีทองอร่ามตาสุดๆ ใหญ่เหมือนของจริงเลย

รูปปั้นนี้อยู่เหนือประตูตรงทางเข้าวัดของพระมหาเถร ข้างซ้ายขวาข้างละตัว

บ้านพักขององค์ดำ ที่อาศัยอยู่ตอนเป็นเณรที่วัดของพระมหาเถร

บริเวณลานวัด

ทางขึ้นกุฏิของพระมหาเถร

เข้ามาข้างใน และ ขึ้นไปที่กุฏิของพระมหาเถรจะเจอกับพระ คล้ายๆกับโต๊ะหมู่บูชา มีพระเยอะอยู่ เท่าที่จำได้ ตรงนี้ใช้เป็นฉากที่พระมหาเถรนอนอยู่แล้วแม่ของมณีจันทร์อุ้มมณีจันทร์ตอนเป็นทารกมาฝากพระมหาเถรไว้ เพื่อไม่ให้โดนประหากชีวิต 7 ชั่วโคตร ซึ่งเป็นโทษที่ได้รับจากการที่ ตาของมณีจันทร์คิดก่อกบฏ

ประตูทางเข้าห้องนอนของพระมหาเถร

เตียงนอนของพระมหาเถร (ต้องอ้อมไปถ่ายอีกด้านเนื่องจากทางเข้าตรงประตูถูกกั้นไม่ให้เข้า) รูปนี้ก็ถ่ายจากทางหน้าต่าง เข้าไปในตัวห้องไม่ได้เช่นกัน

สถานที่เก็บเครื่องศัตราวุธ (เขียนผิดหรือถูก ก็ไม่แน่ใจ)

ห้องนี้มีวิทยากรคอยอธิบายความเป็นมา บอกความสำคัญขององคฺประกอบของอาวุธทั้งหมด ซึ่งทางพี่ที่เป็นวิทยากร เก่งจริงๆ คิดว่าถ้าเราต้องไปพูดแบบนี้ทั้งวันทุกวัน คงเบื่อน่าดู

อีกศาลาหนึ่ง จำไม่ได้เหมือนกันว่าเป็นฉากไหน มีความสำคัญอย่างไร รู้แต่พระสวยมาก ไม้กระดานก็มันแผลบ เหมือนบรรยากาศวัดจริงๆ

สะพานข้ามไปยังอีกโรงถ่ายนึง ขนาดตัวสะพานยังมีรายละเอียดที่ละเอียดมากๆ

นิทรรศการภาพถ่าย ที่มีรูปนักแสดงในเรื่องในอิริยาบทต่างๆ

รูปถ่ายที่แสดงเป็นรูปที่สวยมากๆๆๆๆๆ ทั้งองค์ประกอบของรูป แสง สี ท่าทาง สวยจริงๆ

น้องดาด้า : มณีจันทร์ตอนเด็ก น่ารักมากๆๆๆ

แม่ของพระนเรศวร

ดูดีๆ ชุดไทยเป็นชุดที่ไม่โป๊เลยนะ ใส่แล้วสวยสง่า

รูปขององค์ดำตอนเด็ก กับไก่ชน ส่วนเด็กอีกคนไม่แน่ใจว่าแสดงเป็นใคร แต่เดาเอาว่าน่าจะเป็นพระเอกาฯ

รูปนี้สวย เป็นรูปขาวดำ แต่สวยมาก โดยเฉพาะตาของม้าเหมือนกำลังมององค์ดำอยู่จริงๆ

พระมหินฯ (จำไม่ได้ว่า ชื่อ+ยศ เต็มๆ คืออะไร..เดี๊ยวต้องไปค้นซะแล้ว)

พ่อขององค์ดำ

มังสามเกียรติ หลานของผู้ชนะสิบทิศ

รูปนี้สวยนะ แต่ดูแล้วแปลกๆในอารมณ์ เหมือน ชายรักชาย ยังไงไม่รู้ ดูแล้วจั๊กจี้ดี

พระเจ้าตองอู รูปนี้ดูแล้วแสดงถึงว่าเจ้าตองอูเป็นคนที่มีความละเมียดในอารมณ์ ชอบงานศิลปะ (แต่ไม่แน่ใจว่าคนถ่าย กับ ความจริงต้องการสื่อออกมาในแนวนี้หรือป่าวนะ)

พ่อ+ลูก

รูปนี้แสดงถึงบารมีของพระมหาเถร ดูแสงกับองค์ประกอบภาพสิ

ประทับใจจริงๆ

รูปนี้ก็สวย แต่ดูแล้วนึกถึงองคุลีมาร ยังไงไม่รู้ โหดๆ เลือดๆ

พระเอกาทศรส

(หน้ายังอ่อนอยู่เลย ไม่น่ามีข่าวคาวๆ เลย เสียชื่อหมด..จะจริงหรือปั้นแต่งก็เสียชื่ออยู่ดี)

พระเอก

จำชื่อไม่ได้ น่าจะชื่อพระไชยบุรี

อิจฉา แอฟ ดูพุงสิ แบนเรียบ (แง้ๆ ๆ ก้มดูพุงตัวเอง.)

รูปนี้สวย ทั้งแดด ทั้งวิว ชอบตรงที่เหมือนมีหญ้าขึ้นรอบๆ

ทราย ซึ่งเพื่อนๆทุกคนรวมความเห็นกันแล้วว่า ตั้งแต่เห็นทรายถ่ายรูปมา รูปนี้สวยสุด

หวานชอบรูปนี้ เป็นรูปขาว-ดำ มีพระอาทิตย์เป็นฉากหลัง แล้วมีพระนเรศวร บังคับม้าอยู่ด้านหน้า ชอบ เป็นรูปที่เหมือนเงา เพราะว่ามองหน้าพระเอกไม่เห็นเลย

นางเอก..พุงเรียบ

ท้องพระโรงของพม่า มีบริการถ่ายรูป แบบ สตูดิโอด้วย ราคาไม่แพงด้วยนะ

ดูรายละเอียดของท้องพระโรงสิ มีรายละเอียดที่เยอะมากๆ

รายละเอียดของหลังคา

คุกที่ใช้ขัง เจ้าเมืองคัง

ชุดนักแสดงของทรายกับแก้วอภิรดี (น่าจะใช่นะ)

ท้องพระโรงของพม่า

ถ่ายจากด้านหลัง เลยเห็นก้นสิงห์

รูปนี้น่ากลัวมาก ดูตาสิ เหมือนกำลังมองกล้องอยู่เลย ทั้งๆที่ตาต้องมองไปทางด้านหน้า

อาวุธ ในท้องพระโรงเมืองไทย

ท้องพระโรงของไทย

ห้องของมังสามเกียรติ

รายละเอียดของสร้อยคอ ของสาวฝั่งพม่า

รายละเอียดของเสา ที่มีการแกะสลักจากไม้จริง (เห็นผู้บรรยายบอกไว้อย่างนั้นอ่ะนะ)

ชุดชาชุดนี้เป็นของพม่า แต่ทางคนไทยออกแบบลยใหม่ผลิตในประเทศไทยและลวดลายนี้ก็จดลิขสิทธ์ไว้เรียบร้อยแล้ว

โรงเก็บสิ่งของอุปกรณ์ที่ใช้ถ่าย หมวกทหารเยอะมากๆ

ก่อนกลับ ออกมาเจอช้างเด็กกำลังหาอะไรกินเเถวนั้น


edit @ 2007/06/17 14:49:50


edit @ 2007/06/17 16:37:09
edit @ 2007/06/17 16:43:17
edit @ 2007/07/15 23:38:48

Comment

Comment:

Tweet

เคยไปมาเรยนะ#รู้ยัง# question question question

#80 By (203.172.210.201|203.172.210.201) on 2015-01-14 14:12